วันพฤหัสบดีที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2556

CMS , LMS and E – Portfolio


CMS

CMS ย่อมาจากคำว่า Content Management System

CMS คือ ระบบซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ที่ใช้เพื่อจัดระเบียบเนื้อหาเว็บไซต์

 หลักการทำงาน

ระบบจัดการแบ่งแยกการทำงานระหว่างเนื้อหา (Content) ออกจากการออกแบบ (Design) โดยการออกแบบเว็บเพจจะถูกจัดเก็บไว้ในแม่แบบ (Templates/ Themes)ในขณะที่เนื้อหาถูกจัดเก็บไว้ในฐานข้อมูลหรือไฟล์ เมื่อใดที่มีการเรียกใช้งานจะมีการทำงานร่วมกันระหว่าง 2 ส่วน เพื่อสร้างเว็บเพจขึ้นมา

ประเภท

แบ่งออกเป็น8ประเภท

•                   เว็บบล็อก (Weblog) - เป็น CMS ใช้สำหรับการจดบันทึกหรือเขียนบันทึกเผยแพร่ส่วนบุคคล

•                    อีคอมเมิร์ช (e-Commerce) - เป็น CMS ใช้สำหรับทำร้านค้า Online มีความสามารถใช้ในการซื้อขายสินค้า

•                    อีเลิร์นนิ่ง (e-Learning) - เป็น CMS ใช้สำหรับการทำสื่อการเรียนการสอน หรือบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนบนเว็บ

•                   กระดานข่าว (Forums) - เป็น CMS ใช้สำหรับถามตอบปัญหาหรือสร้างเป็นชุมชนต่างๆโดยมีการแบ่งเป็นหัวข้อหรือหมวดหมู่ต่างๆ ตามความสนใจของผู้เข้าชม

•                   กรุ๊ปแวร์ (Groupware) - เป็น CMS ใช้สำหรับการทำงานในองค์กรหรือหน่วยงานที่มีความสัมพันธ์ต่อเนื่องกัน มีความรวดเร็วในการทำงาน

•                   อัลบั้มภาพ (Image Galleries) - เป็น CMS ใช้สำหรับจัดการอัลบั้มภาพ

•                   พอร์ททัล (Portals) - เป็น CMS ใช้เป็นหน้าหลักของเว็บไซต์

•                   วิกิ (Wiki) - เป็น CMS ที่อนุญาตให้ผู้ใช้เพิ่มเติมและแก้ไขเนื้อหาได้โดยง่าย เหมือนกับการเขียนบทความร่วมกัน

การประยุกต์ใช้งาน CMS ในด้านต่างๆ

•                   นำมาใช้ในการสร้างเว็บไซต์แนะนำหน่วยงาน ใช้ในการนิเทศนักศึกษาฝึกงาน ใช้ประชาสัมพันธ์ข่าวสารต่างๆ ใช้เป็นระบบอินทราเน็ต เป็นต้น

•                   นำมาใช้ในการสร้างเว็บไซต์ของธุรกิจ ใช้ในการแนะนำสินค้าหรือซื้อขายสินค้าผ่านทางอินเทอร์เน็ต เป็นต้น

•                   หน่วยงานอื่นๆ นำมาใช้ในการสร้างเว็บไซต์หน่วยงานนั้นๆ ใช้ในการประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่างๆ ของหน่วยงาน เป็นต้น

ข้อดีของ CMS

•                   มีทั้งต่อผู้ดูแลเว็บไซต์(Webmasters) และผู้ใช้งานเว็บไซต์(Users)

•                   ความสามารถในการใช้ Template และส่วนประกอบของการออกแบบ ที่ครอบคลุมการออกแบบตลอดทั้งไซต์

•                   ผู้ใช้งานเว็บไซต์สามารถใช้งาน Template โดยนำมาประกอบกับเอกสารหรือเนื้อหา ทำให้ช่วยลดภาระเรื่องการเขียนโค้ดให้น้อยลง

•                   ผู้ใช้งานเว็บไซต์ให้ความสนใจเฉพาะเนื้อหามากกว่าการออกแบบ และในการที่จะเปลี่ยนหน้าตาของเว็บไซต์ ผู้ดูแลเว็บไซต์ก็แค่ไปแก้ไขที่ template ไม่ใช่ที่แต่ละหน้าของเว็บเพจ

•                   CMS จะช่วยให้ทุกอย่างง่ายขึ้น ในการสร้างและบำรุงรักษาเว็บไซต์

•                   นอกจากนั้น ถ้ามี Search engine, Calendar, Web mail และส่วนอื่นๆ ที่สามารถเพิ่มเติมสู่ CMS หรือแม้กระทั่งไปหา Plug-in หรือ Addonsเข้ามาเสริมการทำงานได้

ข้อเสียของ CMS

•                   ในกรณีที่ผู้ใช้ต้องการออกแบบทีม (หน้าตาของเว็บ) เอง จะต้องใช้ความรู้มากกว่าปรกติ เนื่องจาก CMS มีหลายๆระบบมารวมกันทำให้เกิดความยุ่งยาก สำหรับผู้ที่ไม่มีความรู้                                 

•                   ผู้ใช้จะต้องศึกษาระบบ CMS ที่ผู้พัฒนาสร้างขึ้นมา เช่นจะต้องใส่ข้อความลงตรงไหน จะต้องแทรกภาพอย่างไร ซึ่งจะลำบากเพียงแค่ช่วงแรกเท่านั้น    

•                   ในการใช้งานจริงนั้นจะมีความยุ่งยากในการ set up ครั้งแรกกับ web server แต่ปัจจุบันก็มีผู้บริการ web server มากมายที่เสนอลงและ set up ระบบ CMS ให้ฟรีๆโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

 

LMS

LMS เป็นคำที่ย่อมาจาก Learning Management System หรือระบบการจัดการเรียนรู้ เป็นซอฟต์แวร์ที่ทำหน้าที่บริหารจัดการเรียนการสอนผ่านเว็บ

โปรแกรมที่ใช้สร้างระบบ LMS มีอยู่ 2 ลักษณะ

•                   1.ซอฟต์แวร์ฟรี (Open Source LMS) ที่มีลิขสิทธิ์แบบ GPL เช่น

                • Moodle (www.moodle.org)

•                   2. ซอฟต์แวร์ที่บริษัทเอกชนพัฒนาเพื่อขายโดยเฉพาะ (Commercial LMS) เช่น

                • Blackboard

องค์ประกอบของระบบบริหารการเรียนการสอน LMS

ประกอบด้วย 5 ส่วนดังนี้

                1. ระบบจัดการหลักสูตร (Course Management)

                2. ระบบการสร้างบทเรียน (Content Management)

3. ระบบการทดสอบและประเมินผล (Test and Evaluation System)   

                4. ระบบส่งเสริมการเรียน (Course Tools)  

                5. ระบบจัดการข้อมูล (Data Management System)

ผู้ใช้งานในระบบ LMS

แบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม คือ

•                   กลุ่มผู้บริหารระบบ (Administrator)

•   กลุ่มอาจารย์หรือผู้สร้างเนื้อหาการเรียน (Instructor / Teacher):

•   กลุ่มผู้เรียน (student/Guest):

ข้อดีของLMS

•                   เครื่องมือบนระบบบริหารจัดการการเรียนรู้ที่ใช้ในการประเมินมีอยู่มากกว่า 30 รายการด้วยกัน ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่เครื่องมือสำหรับการจัดระบบที่ไม่สลับซับซ้อน เช่น ปฏิทิน (calendar)ไปจนถึงเครื่องมือขั้นสูงที่

•                   การพัฒนาระบบบริหารจัดการการเรียนรู้ในปัจจุบันไม่ได้จำกัดเฉพาะปริมาณของเครื่องมือ แต่ยังครอบคลุมในด้านของคุณภาพของเครื่องมือบางประเภทด้วย

•                   ระบบบริหารจัดการเรียนรู้ส่วนใหญ่ในขณะนี้สามารถนำไปเชื่อมต่อกับระบบอื่นๆ

•                    มีระบบบริหารจัดการการเรียนรู้ที่ เป็น OpenSource

ข้อจำกัดของLMS

•                   เครื่องมือต่างๆ อันหลากหลายที่ได้รับการพัฒนามาแล้วนั้นยังไม่สามารถสนับสนุนการจัดการเรียนรู้เป็นไปตามหลักทางครุศาสตร์ (pedagogy-driven) ได้อย่างเต็มที่

•                   ไม่ยืดหยุ่นพอสำหรับความต้องการในการออกแบบการเรียนของผู้สอนในสมัยใหม่

•                   ระบบบริหารจัดการการเรียนรู้ส่วนใหญ่ยังไม่สนับสนุนการใช้ทรัพยากรการเรียนรู้ร่วมกัน

•                   ระบบฯ ที่มีเครื่องมือที่พร้อมไปด้วยเครื่องมือที่หลากหลาย กลับไม่ได้รับความนิยมนักในหมู่ผู้ใช้

•                   ระบบส่วนใหญ่ยังเป็นเชิงพาณิชย์  ระบบส่วนใหญ่ยังมีราคาแพง





E – Portfolio

E-Portfolio หรือ แฟ้มสะสมงานอิเล็กทรอนิกส์ หมายถึง การเก็บรวบรวมผลงานที่แสดงความสามารถและความก้าวหน้าในการทำงานอย่างเป็นระบบ

ลักษณะ E- Portfolio

-เป็นการนำเสนอเอกลักษณ์ ปรัชญา เป้าหมาย ทักษะ ความสามารถ ผลงานของเจ้าของ ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

- ข้อมูลและเนื้อหาสาระมาจากแฟ้มผลงาน (hard copy portfolio)

-ใช้เทคนิคการนำเสนอแบบ web จัดเรียงลำดับที่เพิ่มความน่าสนใจ

- สามารถจัดเก็บไว้ในเว็บไซด์หรือ CD ก็ได้

ประเภท E- Portfolio

1. แฟ้มสะสมงานส่วนบุคคล (  Personal  Portfolio )   เป็นแฟ้มที่แสดงข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับเจ้าของแฟ้ม   เช่น  ความสามารถพิเศษ   กีฬา   งานอดิเรก  สัตว์เลี้ยง   การท่องเที่ยว   และการร่วมกิจกรรมต่างๆ เป็นต้น

2. แฟ้มสะสมงานเชิงวิชาชีพ  ( Professional   Portfolio) 
เป็นแฟ้มที่แสดงผลงานเกี่ยวกับอาชีพ  เช่น   แฟ้มสะสมงานเพื่อใช้ในการสมัครงาน  และแฟ้มสะสมงานเพื่อเสนอขอเลื่อนระดับ เป็นต้น

3. แฟ้มสะสมงานเชิงวิชาการ  (Academic Portfolio) หรือ แฟ้มสําหรับนักเรียน (Student  Portfolio)   เป็นแฟ้มที่แสดงผลเกี่ยวกับการเรียนเช่น แฟ้มสะสมงานเพื่อใช้ประเมินผลการเรียนรู้ แฟ้มสะสมงานเพื่อใช้ประกอบการประเมินผล

4. แฟ้มสะสมงานสําหรับโครงการ (Project  Portfolio)  เป็นแฟ้มที่แสดงถึงความพยายามหรือขั้นตอนการทํางานในโครงการหนึ่ง ๆ  หรือในการศึกษาส่วนบุคคล   ( Independent  Study ) เช่น   แฟ้มโครงงานวิทยาศาสตร์      ซึ่งในแฟ้มจะประกอบด้วยภาพของวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ และ แสดงขั้นตอนต่างๆ ในการดําเนินงานจนได้ผลผลิตที่ต้องการปลายภาค/ปลายปี

รูปแบบการทำงาน E- Portfolio

การสร้างแฟ้มสะสมงานอิเล็กทรอนิกส์ ต้องมีเครื่องมือที่จะช่วยในการจัดระบบข้อมูลให้สะดวกในการใช้งานรูปแบบต่างๆ ทั้งในการนำเสนอ การแก้ไข การเข้าถึง การเก็บผลงาน การเชื่อมโยงผลงาน ปัจจุบันมีโปรแกรมสำเร็จรูปที่สามารถนำมาพัฒนาได้ในเวลาอันสั้น ทั้งแบบที่ให้บริการที่ไม่เสียค่าใช้จ่าย ที่บุคคลทั่วไปสามารถใช้งานได้อย่างอิสระไม่มีการระบุตัวตนผู้ใช้ เช่น Mahara, Drupal, Google site, เป็นต้น และแบบที่หน่วยงานหรือองค์กรเป็นเจ้าของเครือข่าย ต้องมีการระบุตัวตนผู้ใช้เช่น Blackboard, สถาบันการศึกษาต่างๆ, องค์กร, หน่วยงาน เป็นต้น

การะประยุกต์ใช้กับการศึกษา

ด้านผู้เรียน E-Portfolio เป็นเครื่องมือในการประเมินตามสภาพจริง เพื่อประเมินความก้าวหน้าของนักเรียนเป็นรายบุคคล สามารถสะท้อนความรู้ความเข้าใจในการเรียนและระดับความสำเร็จของผู้เรียนจากผลงานที่ปรากฏ ช่วยส่งเสริมกิจกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียน โดยผู้เรียนจะไม่เป็นแต่เพียงผู้รับเท่านั้น แต่เป็นผู้ควบคุมการศึกษาเรียนรู้ด้วยตัวของผู้เรียนเอง สร้างแรงจูงใจให้กับผู้เรียน ให้ผู้เรียนมุ่งมั่นสร้างผลงานของตนเอง 

ด้านบุคลากรใช้เป็นเครื่องมือในการจัดเก็บข้อมูลของบุคลากรที่แสดงถึงประวัติและผลงานหรือความสำเร็จการปฏิบัติงานของเจ้าของไว้อย่างเป็นระบบ สะดวกต่อการใช้งาน และเป็นสื่อที่แสดงข้อมูลป้อนกลับกับต่อผู้สอนและผู้บริหารเพื่อพัฒนาการจัดศึกษาต่อไป

ข้อดี E- Portfolio

1. นําเสนอผลงานซึ่งสามารถจัดแสดงผลงานได้อย่างตรงจุดในสิ่งต้องการนําเสนอ เช่น ข้อมูล ประวัติ หรือเนื้อหาต่างๆ ที่จะชี้ให้เห็นศักยภาพของเจ้าของแฟ้มสะสมงาน

2. เข้าถึงผลงานโดยสะดวกเนื่องจากเป็นการนําเทคโนโลยีมาใช้ในการจัดระบบผลงานทําให้ประหยัดเนื้อที่ที่เก็บผลงาน ประหยัดเวลาในการสืบค้น และนําเสนอได้อย่างสะดวก สามารถเข้าถึงกันได้ทั่วโลกผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต

3.เก็บสะสมผลงานได้หลายรูปแบบ ทั้งรูปภาพ เสียง วิดีโอ ข้อความ สื่อมัลติมีเดียต่างๆ

4.แก้ไขและปรับปรุงแฟ้มสะสมผลงานได้อย่างสะดวก สามารถปรับปรุงได้ทันที ซึ่งขึ้นอยู่กับความสามารถของเจ้าของแฟ้มสะสมผลงานในการพัฒนาแฟ้มของตน

5.เชื่อมโยงข้อมูลผลงานโดยสามารถอ้างอิงผลงานร่วมกันได้ เมื่อต้องการสําเนาผลงานไปยังหัวข้ออื่นๆ แฟ้มสะสมงานอิเล็กทรอนิกส์สามารถเชื่อมโยงเพื่อนําไปอ้างอิงได้สะดวก ด้วยการใช้ไฮเปอร์ลิงค์หรือเครื่องมือต่างๆของแฟ้มสะสมงานประวัติส่วนตัวประวัติการศึกษาประวัติการทำงานผลงานต่างๆ

 


                             

สมาชิก   53/24
นางสาวดุษฎี           อาจคงหาญ       534116114
นางสาวลดาวรรณ   สระทองหมาย    534116125
นางสาวสิเรียม        ฟักช้าง               534116131
นางสาวกาญจนา    อยู่เอี่ยม             534116158


 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น